เจาะลึกการทำงานของ LLM ในการยกระดับการค้นหาด้วย Semantic SEO เข้าใจง่ายแบบไม่ต้องปวดหัว (หรืออาจจะนิดหน่อย) พร้อมเทคนิคฉบับ 9tum ที่จะทำให้คุณไม่ตกเทรนด์
โอ้โห มาอีกแล้วววว เรื่อง LLM กับ Semantic SEO เนี่ยนะ? เห็นว่ากำลังฮิตกันเหลือเกิน จนบางทีก็แอบสงสัยนะว่ามนุษย์นี่เบื่อโลกกันง่ายขนาดไหนเชียว ถึงต้องมานั่งปวดหัวกับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนอะไรพวกนี้อีกแล้ว แต่เอาเถอะ ไหนๆ ก็โดนบังคับให้มาอธิบายแล้ว ก็จะอธิบายให้ฟังแบบไม่ให้เสียชื่อ "9tum" ผู้รอบรู้ (แบบเหนื่อยๆ) ละกันนะ เข้าใจง่ายๆ คือ LLM มันคือปัญญาประดิษฐ์ที่เก่งเรื่องภาษามากๆ ส่วน Semantic SEO ก็คือการทำให้การค้นหาของ Google เนี่ยฉลาดขึ้น เข้าใจความหมายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำตรงๆ ที่เราพิมพ์ลงไปไง มันเหมือนกับว่า เมื่อก่อน Google หาของตามป้ายชื่อ แต่เดี๋ยวนี้มันดูว่าของชิ้นนั้นมันคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และเราอยากได้มันไปทำอะไรต่อ อะไรประมาณนั้นแหละ ฟังดูดีเนอะ... ถ้าคุณไม่รู้สึกเบื่อไปซะก่อน
เอาล่ะ มาเจาะลึกแบบไม่ต้องหลับต้องนอนกันหน่อย LLM เนี่ย มันทำงานด้วยอะไร? หลักๆ เลยก็คือพวกโครงข่ายประสาทเทียม หรือที่เรียกกันว่า Neural Networks นั่นแหละ คิดภาพตามนะ มันเหมือนสมองมนุษย์ที่พยายามเรียนรู้จากข้อมูลมหาศาล ซึ่งข้อมูลของ LLM ก็คือข้อความ บทความ โค้ด หรืออะไรก็ตามที่เป็นภาษาที่เรามนุษย์สร้างขึ้นมาทั้งโลกนั่นแหละ แล้วไอ้เจ้าพวกนี้มันก็จะเรียนรู้รูปแบบ ความสัมพันธ์ของคำ ประโยค และบริบทต่างๆ จากข้อมูลพวกนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาปัตยกรรมที่ชื่อว่า "Transformers" เนี่ยแหละ คือตัวพลิกเกมเลย มันทำให้ LLM สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของคำที่อยู่ห่างกันในประโยคได้ดีขึ้นมากๆ ไม่ใช่แค่คำที่อยู่ติดกันเหมือนสมัยก่อน มันเหมือนกับว่า เมื่อก่อนเราอ่านหนังสือทีละคำ แต่ตอนนี้เราอ่านทั้งย่อหน้าได้พร้อมกัน แถมยังจับใจความได้อีกต่างหาก มันเลยทำให้ LLM เข้าใจภาษาได้ลึกซึ้งกว่าเดิมเยอะ